
ด้วยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ กว่า 16 สถาบัน โดยมีสถาบันต่างประเทศ ได้แก่ 1) Department of Agricultural and Biosystems Engineering, University of Arizona สหรัฐอเมริกา 2) The University of Arizona Office of Global Initiatives สหรัฐอเมริกา 3) National Kaohsiung Marine University สาธารณรัฐประชาชนจีน-ไต้หวัน 4) University of 17 Agustus 1945 Surabaya สาธารณรัฐอินโดนีเซีย 5) Ahmad Dahlan University สาธารณรัฐอินโดนีเซีย และหน่วยงานในประเทศคือ 1) มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 3) สมาคมศิษย์เก่าคณะวิศวกรรมศาสตร์ มข. 4) ศูนย์วิจัยและพัฒนาโครงสร้างมูลฐานอย่างยั่งยืน มข. 5) ศูนย์วิจัยเครื่องจักรกลเกษตรและวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว มข. 6) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านการจัดการสารและของเสียอันตราย (ศสอ.) 7) บริษัท วรนิทัศน์ จำกัด 8) ศูนย์วิจัยด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมและสารอันตราย มข. 9) บรษัท ช ทวี จำกัด 10) และสถานจัดการและอนุรักษ์พลังงาน มข. 11) ศูนย์วิจัยและพัฒนาพลังงานทดแทน มข. กำหนดจัดประชุมวิชาการนานาชาติ The 6th KKU International Engineering Conference (KKU-IENC 2014) โดยมีหัวข้อหลัก คือ “”Engineering and Technology for Better Living”” โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศกว่า 350 คน จาก 10 ประเทศทั่วโลก ซึ่งได้ส่งผลงานเข้าร่วมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 242 ผลงาน โดยแบ่งการนำเสนอผลงานออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การนำเสนอปากปล่าว (Oral Presentation) จำนวน 203 ผลงาน และนำเสนอโดยใช้โปสเตอร์ (Poster Presentation) จำนวน 39 ผลงาน ทั้งนี้ผลงานที่ได้รับการคัดเลีอก จะถูกตีพิมพ์ในวารสาร KKU Engineering Journal ซึ่งเป็นวารสารที่บรรจุในฐานข้อมูล ASEAN Citation Index (ACI) รวมถึง วารสาร Key Engineering Materials และ Chiang Mai University Journal of Natural Science ที่ยอมรับให้อยู่ในฐานข้อมูล Scopus
ศาสตราจารย์ศุภชัย ปทุมนากุล รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ประธานเปิดงาน กล่าวว่า มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นอุดมศึกษาสถานแห่งแรก ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีวิสัยทัศน์ในการเป็นเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำระดับโลก (World Class Research University) ดังนั้น งานประชุม KKU-IENC 2016 ครั้งนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดีในการเปิดเวทีให้เหล่านักวิชาการ วิศวกร และนักศึกษา รวมถึงผู้สนใจได้สามารถแลกเปลี่ยนความรู้ด้านวิศวกรรม เพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศได้ต่อไปในอนาคต
ศาสตราจารย์อภิรัฐ ศิริธราธิวัตร คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้ว่า การจัดการประชุมครั้งนี้ นอกจากจะเป็นเวทีในการพบปะแลกเปลี่ยนความรู้ผลงานวิจัยและประสบการณ์ด้านการวิจัยระหว่างนักวิชาการและนักวิจัยจากนานาประเทศ แล้ว ยังเป็นการสานต่อความร่วมมือในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางวิศวกรรม เพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่แท้จริงต่อไป ซึ่งงานประชุมนี้แบ่งออกเป็น 9 สาขาวิชาได้แก่
Topic A: Civil Engineering and Construction Technology
Topic B: Electrical Engineering and Telecommunication
Topic C: Agricultural Engineering and Food Technology
Topic D: Industrial Engineering, Logistics and Supply Chain
Topic E: Energy Technology, Thermal Systems and Applied Mechanics
Topic F: Environmental Engineering and Management
Topic G: Chemical Engineering
Topic H: Computer and Information Technology
Topic I: Materials Science and Engineering
โดยมีองค์ปาฐกที่ได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ ประกอบด้วย
1. Masaharu Imai จาก Department of Information Systems Engineering, Graduate School of Information Science and Technology, Osaka University, ประเทศญีปุ่น บรรยายพิเศษเรื่อง “VLSI Technology for Embedded Systems in the Post Moore Era – Focusing on Medical/Healthcare Applications-”
2. ดร.จิราพร ศิริคำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนระบบไฟฟ้า-แหล่งผลิต การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บรรยายพิเศษเรื่อง “Thailand Energy Strategy on Power Development Plan to cope with the ASEAN Economic Community”

















