ENG

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2559 มหาวิทยาลัยขอนแก่น  โดย คณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมกับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) บันทึกลงนามข้อตกลงความเข้าใจในความร่วมมือทางวิชาการ โดย  รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นผู้ลงนาม ร่วมกับ พลเอกสมพงศ์  มุกดาสกุล ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) พร้อมด้วย ศ.ดร.อภิรัฐ   ศิริธราธิวัตร  คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ และ ดร.มนต์ชัย  ดวงปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายองค์ความรู้และการเผยแพร่  สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน)  เป็นพยาน ท่ามกลางคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากรจากทั้งสองหน่วยงาน ร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้  ณ  ห้องประชุมสารสิน  ชั้น 2  อาคารสิริคุณากร  มหาวิทยาลัยขอนแก่น

         รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย  อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า จากวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยขอนแก่น “มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก” ผนวกกับปณิธานและปรัชญาของมหาวิทยาลัยที่กำหนดให้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นศูนย์รวมทางความคิด เป็นสติปัญญาของสังคม ยึดมั่นในความเป็นเลิศทางวิชาการ เป็นกลไกในการพัฒนาให้มีความเป็นเลิศทางวิชาการทุกสาขา  จึงได้มีการจัดตั้งหน่วยงานที่ทำหน้าที่รับผิดชอบภารกิจด้านการวิจัยและการถ่ายทอดเทคโนโลยีขึ้นมาเป็นการเฉพาะ หลายหน่วยงาน  อาทิเช่น  สำนักบริหารการวิจัย  สำนักงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์วิจัยเฉพาะทาง จำนวน 25 ศูนย์วิจัย  กลุ่มวิจัย จำนวน 20 กลุ่ม   นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้จัดตั้งหน่วยงานวิจัยร่วมกับหน่วยงานภายนอกทั้งภาครัฐและเอกชนองค์กรระดับชาติและนานาชาติกว่า 160 หน่วยงาน จาก 25 ประเทศทั่วโลก โดยได้แลกเปลี่ยนนักศึกษา บุคลากร  เครื่องมือ  และองค์ความรู้ต่างๆ ซึ่งมหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้กำหนดทิศทางการวิจัย ประเด็นการวิจัยที่ชัดเจนทั้งประเด็นการวิจัยพื้นฐานเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ และการวิจัยประยุกต์ มีการพัฒนานักวิจัยอย่างเป็นระบบตั้งแต่นักวิจัยใหม่ นักวิจัยรุ่นกลาง นักวิจัยอาวุโส การพัฒนาระบบกลไกสนับสนุน เครื่องมือวิจัย บริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญา การสนับสนุนการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัย      จากการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ด้านการวิจัย และการทุ่มเทในการทำงานของนักวิจัย เป็นระยะเวลากว่า  4 ทศวรรษ  ส่งให้ผลงานการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ปรากฏชัดเจน ทั้งในระดับชาติและนานาชาติ  อย่างไรก็ตาม การพัฒนาประเทศ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอาศัย องค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี  ในฐานะที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับการประกาศแต่งตั้งให้เป็นมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ เมื่อปี 2553 การดำเนินภารกิจด้านการวิจัย จึงถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจหลักที่สำคัญ     มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้สร้างนักวิจัยที่มีคุณธรรม และผลงานวิจัยที่มีคุณภาพ ที่สำคัญประโยชน์จากการศึกษาค้นคว้าวิจัยในแต่ละเรื่องนั้น ต้องสามารถ ตอบโจทย์ของสังคม และประเทศชาติได้อย่างแท้จริง

           พลเอกสมพงศ์  มุกดาสกุล ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัย กับสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) ในครั้งนี้  ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญยิ่งเพื่อการก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยกัน  หน่วยงานทั้งสองได้ตระหนักถึงความสำคัญในการประสานความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ เมื่อลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการและการวิจัย ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นระหว่างคือ การร่วมมือวิจัยเพื่อพัฒนาองค์ความรู้และผลิตบุคลากรด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีป้องกันประเทศ และมีการจัดกิจกรรมฝึกอบรม การสัมมนา เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ เพื่อพัฒนาความสามารถในการปฏิบัติงานของบุคลากรทั้งสองฝ่าย ด้านบริหารเงินทุนวิจัยจากแหล่งงบประมาณภาครัฐหรือภาคเอกชน เพื่อให้บรรลุเป็นไปตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้แต่ละโครงการแต่ละกิจกรรม หน่วยงานทั้งสองจะได้ร่วมกันจัดสรรงบประมาณเป็นคราวๆ ไป ส่วนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินทางปัญญา ในผลงานวิจัยร่วมกัน ถือเป็นสิทธิร่วมทั้งสองฝ่าย เว้นแต่จะได้ตกลงกันเป็นอย่างอื่น หรือก่อนที่จะมีการร่วมมือในการดำเนินการโครงการใดๆ เห็นควรที่จะต้องมีการตกลงกันระหว่างหน่วยงานทั้งสองให้ชัดเจนก่อนว่าให้ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกิดขึ้นให้ถือเป็นสิทธิร่วมกัน

         ศ.ดร.อภิรัฐ   ศิริธราธิวัตร  คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ กล่าวว่า คณะวิศวกรรมศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ตระหนักถึงประโยชน์และความสำคัญของความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ การวิจัย และการสร้างนวัตกรรม การพัฒนานักศึกษา และบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับทางด้านวิศวกรรมศาสตร์  เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ ตลอดจนให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และลดการนำเข้าจากต่างประเทศ  สำหรับโครงการวิจัยที่จะเกิดขึ้นตามวัตถุประสงค์ของ MOU ฉบับนี้โครงการแรก คือโครงการ การวิเคราะห์ และออกแบบโครงสร้างเครื่องบินโดยใช้การเชื่อมต่อพลวัตของไหลและโครงสร้างเชิงคำนวณและการลดอันดับของแบบจำลอง โดย ศาสตราจารย์ ดร.สุจินต์  บุรีรัตน์  เป็นหัวหน้าโครงการวิจัย ส่วนการดำเนินการโครงการอื่นๆ จะได้ร่วมมือกันต่อไป

 

จารุณี/ข่าว

ธีรฉัตร/ภาพ